วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2558

สวัสดีค่ะ วันนี้ดิฉันนางสาว กมลทิพย์ แสงพลอย จะมานำเสนอเรื่องโขนให้คุณผู้อ่านได้รับรู้ ว่าโขนมีความหมายว่าอย่างไร มีประวัติความเป็นมาแบบไหน และมีกี่ประเภทกันแน่ คุณผู้อ่านคงอยากรู้กันแล้วใช่ไหมค่ะ  ไปอ่านกันเลยค่ะ ^^ 


โขน 



ความหมายของคำว่าโขน

โขน คือ นาฏกรรมขั้นสูงอย่างหนึ่งของไทยที่มีมาตั้งแต่โบราณและได้วิวัฒนการมาจนถึงปัจจุบัน ความหายของคำว่าโขนมีไว้ดังนี้

- การเล่นอย่างหนึ่งคล้ายละคร แต่สวมหัวจำลองต่างๆที่เรียกว่าหัวโขนอย่างหนึ่ง
  • เรียกไม้ที่ต่อเสริมหัวเรือให้งอนเชิดขึ้นไปเรียกว่า โขนเรืออย่างหนึ่ง
  • เรือชนิดหนึ่งที่มีโขนเรียกว่า เรือโขนอย่างหนึ่ง
จากความหมายข้างต้นจะเห็นได้ว่า โขนนั้นมีความหมายหลายอย่างแต่ความหมายที่สอดคล้องคำว่าโขนเป็นนาฏกรรมขั้นสูงอย่างหนึ่งของไทยก็คือการละเล่นอย่างหนึ่งคล้ายละครแต่สวมหัวจำลองต่างๆ

ที่มาของคำว่าโขน

โขนเป็นนาฏกรรมที่มีศิลปะเป็นแบบฉบับชนิดหนึ่งของไทยดังที่ได้กล่าวมา แต่ไม่ปรากฏคำเรียกที่ชัดเจน ว่าโขนเป็นรูปคนเต้นรำตามเสียงจังหวะพิณพาพาทย์ ตัวผู้เต้นนั้นสวมหน้าโขนและถือศาสตราวุธเป็นตัวแทนทหารออกต่ายุทธมากกว่าเป็นตัวละครและมาตราว่าตัวโขนทุกๆตัวโลดเต้นอย่างแข็งแรง แต่คำว่าโขนจะเป็นคำที่บัญญัติขึ้นใช้ในภาษาไทยหรือยืมจากภาษาอื่นมาใช้นั้นยังไม่พบหลักฐานที่แน่ชัด มีปรากฏอยู่ 4 ทางด้วยกัน คือ
  1. โขนในภาษาเบงคาลี
  2. โขนในภาษาทมิฬ
  3. โขนในภาษาอิหร่าน
  4. โขนในภาษาเขมร

ความเป็นมาของโขน

คนไทยเรามีศิลปะแห่งการเล่นหลายอย่างสืบมาตั้งแต่โบราณ ก็น่าจะได้แก่การเล่นที่เรียกกันเป็นรวมๆว่าระบำ รำ เต้น จาก 3 คำนี้ อาจแยกการเล่นออกได้ตามประเภท 3 อย่างคือ 
1.ระบำ ได้แก่ ศิลปะแห่งการรำที่ผู้แสดงรำพร้อมกันเป็นหมวดหมู่ เช่น ระบำเทพบุตร นางฟ้า ระบำเบิกโรงชุดเมขลารามสูตร
2.รำ ได้แก่ ศิลปะแห่งการรำเดี่ยว รำคู่ รำประกอบเพลง รำอาวุธหรือรำใช้บท
3.เต้น ได้แก่ ศิลปะแห่งการยกขาขึ้นลงให้เป็นจังหวะ เช่น เต้นแขน เต้นโขนเป็นต้น

อาวุธที่ใช้ในการต่อสู้

อาวุธสั้น ได้แก่ ดาบ กระบี่
อาวุธยาว ได้แก่ หอก ทวน ง้าว พลอง

เครื่องป้องกันอาวุธ 
คือ โล่ ดั้ง เขน ไม้สั้น หรือไม้ศอก

อิทธิพลที่กระบี่กระบอกมีต่อโขน


ตั้งแต่เดิมมาการแสดงโขนก็ได้นำกระบวนท่ารำและท่าต่อสู้มาปรับปรุงขึ้นให้เกิดความงดงามตามแบบอย่างนาฏศิลป์ไทย เช่น นำเอาท่ารำคุมในการเล่นกระบี่กระบองมาปรับปรุงให้เป็นกระบวนท่าฉายอาวุธของตัวพระในการแสดงโขนที่เรียกว่า วีระชัย ซึ่งเห็นได้ว่านำมาใช้ในการแสดงโขนหลายตอน


ประเภทวิวัฒนาการของโขน

จากการค้นคว้าของธนิต อยู่โพธิ์ทำให้เราได้ทราบถึงวิวัฒนาการของโขน โดยแบ่งเป็นประเภทในยุคหลังได้ดังนี้

1.โขนกลางแปลง  โขนที่เกิดขึ้นในยุคแรก เล่นกันกลางสนามเหมือนชักนาคดึกดำบรรพ์ กล่าวคือ แสดงบนพื้นดินกลางสนาม ไม่ปลูกโรงเล่น นิยมแสดงแต่ตอนยกทัพมารบกันระหว่างฝ่ายพลับพลากับฝ่ายลงกา 

2.โขนโรงนอกหรือโขนนั่งราว เป็นโขนที่จัดแสดงบนโรงไม่มีเตียงสำหรับตัวนายโรงนั่ง มีราวพาดตามส่วนยาวของโรง ตรงหน้าฉากออกมามีช่องทางให้ผู้แสดงเดินได้รอบราว ตัวโรงมักมีหลังคา เมื่อตัวโขนแสดงบทบาทของตนไปแลเวก็ไปนั่งประจำที่บนราวสมมุติเป็นเตียงหรือที่นั่งประจำตำแหน่ง ไม่มีขับร้อง มีแต่เสียงพากท์และเจรจา การบรรเลงหน้าพาทย์ต้องใช้วงปี่พาทย์ถึง 2 วง

3.โขนหน้าจอ คือ โขนที่เล่นตรงหน้าจอใหญ่ สือเนื่องมาจากการเล่นหนังใหญ่แต่เดิม ลักษณะจอหนังเมื่อนำมาใช้แสดงโขน ก็มีการพัฒนาโดยนิยมทเป็นจอแขวะ ตือ เจาะทั้งสองข้างจอทำเป็นช่องประตูเข้าออก วาดรูปเป็น้มประตูด้านขา ของผู้ดู วาดเป็นรูปปราสาทราชวังสมมุติเป็นกรุงมนิลา ด้านซ้ายวาดรูปเป็นค่ายพลับพลาของพระราม ด้านบนของจอวาดเป็นเมขลารามสูรและพระอาทิตย์พระจันทร์

4.โขนโรงใน คอโขนที่ได้รับการปรับปรุงผสมผสานกับการแสดงละครในอาจสืบเนื่องมาจากการคลุกเคล้าปะปนกันของศิลปะการแสดงหน้าจอใหญ่ การแสดงออกมีทั้งการเต้น บทพากท์ บทเจรจา ตามแบบโขน และมีเพลงขับร้อง

5.โขนฉาก ศิลปะการแสดงหรือมหรสพต่างๆของไทย ซึ่งรวมแล้วโขนตั้งแต่ดั้งเดิมด้วยนั้นจะไม่มีการสร้างฉากประกอบเรื่อง การแสดงจะดำเนินเรื่องติดต่อกันไป โดยผู้ดูต้องจินตนาการภาพเอาเอง การจัดฉากที่ได้มาจากตะวันตก โขนฉากจึงเกิดขึ้นเมื่อราวสมัยรัชกาลที่ 5 โดยมีการคิดสร้างฉากประกอบการแสดงโขนบนเวทีขึ้นคล้ายกับละครดึกดำบรรพ์






ตัวละครในการแสดงโขน

ยักษ์  จะต้องมีลักษณะสูง สงเหลี่ยมตลอดการทรงตัวดูแข็งแรงบึกบึน ลีลาสง่า ซึ่งต้องได้รับการฝึกมาอย่างดี

ตัวนาง  ตัวละครที่เป็นนางในโขนเรื่องรามเกียริต์ก็มีมากเช่นกัน มีทั้งประยุกค์ ประเภทมนุษย์ ยักษ์ ปลา นาค แต่ละตัวละครจะบอกชาติกำเนิดโดยการสวมศีรษะและหางเป็นสัญลักษณ์

นางกษัตริย์และนางตลาด  บุคลิกของตัวนางในโขนและละครรำนั้นคือการแบ่งแยกประเภทตามบุคลิก ของตัวนางสองประเภทคือ นางกษัตริย์และนางตลาด นางกษัตริย์คือตัวนางเอก และนางตลาดนั้นมีท่าทางกระชับกระเฉงว่องไว นางตลาดจะมีบทบาทที่ต้องฝึกฝนและเชี่ยวชาญกว่านางกษัตริย์

ตัวพระ  ตัวพระในโขนมีข้อยกเว้นคือปัจจุบันผู้แสดงที่เป็นมนุษย์ทั้งผู้หญิงและผู้ชายและเทวดา ซึ่งได้แก่พระราม พระลักษณ์ พระอิศวร พระนาราย พระพรหม และพงเผ่าของพระราม ซึ่งมีพระพศและพระสัตรุตไม่ต้องสวมน่ากากหรือโขน นิยมใช้ชฏาแทน

พระใหญ่ พระน้อง  ในการแสดงละครหรือการแสดงโขนจะต้องมีตัวเอกก 2 ตัวบทที่สำคัญพอๆกันจึงต้องแบ่งบทเป็นพระ ใหญ่และพระน้อง

ตัวลิง  ทหารฝ่ายพระรามเป็นลิงทั้งหมด ยกเว้นพิเพกซึ่งเป็นน้อง ของ ทศกัณฐ์ซึ่งชาติกำเนิดเป็นยักษ์ แต่ มาร่วมมือกับพระราม 
ลีลาเต้นของลิงมีทั้งกระโดดโลดเต้น ตีลังกา 








สัมภาษณ์









Creative Commons License


โขน by กมลทิพย์ แสงพลอย is licensed under a Creative Commons Attribution-ShareAlike 4.0 International License.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น